English Conversation ^-^

posted on 19 Jan 2009 20:57 by arnoarno

 

ประโยคภาษาอังกฤษง่ายๆที่คนไทยควรจะรู้จักกัน ถ้ามีฝรั่งมาถามทางเราเราจะได้ฟังออก หรือไม่ก็นำไปพูดเองเลยก็ได้ ..

1.  ขอโทษค่ะคุณช่วยกรุณาบอกไป....ทางไหน

Excuse me. Could you tell me where the ....... is?

2.   ขอโทษค่ะดิฉันจะไป.....ได้อย่างไร

Excuse me. How do I get to ........?

3.    ขอโทษค่ะใกล้ๆแถวนี้มีร้านอาหารดีๆไหม

Excuse me. Is there a good restaurant  nearby?

4. เลี้ยวซ้ายตรงหัวมุม

Turn left at the next corner.

5. ผมเสียใจด้วย ผมไม่รู้

I'm sorry. I don't know.

6. อยู่ตรงข้ามถนน

It's across the street.

7. อยู่ตรงข้ามกับร้าน 7-11

It's over there by the 7-11.

มีคนถามมาว่า

1. "He already has 152 to his credit"  ว่าหมายความว่าอะไร ?

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ไม่ชอบใช้คำซ้ำซากพรำเพรื่อ ดังนั้นเวลาอ่านหรือฟังอะไรจะต้องดูบริบทก่อน ในข้อความเต็มประโยคก่อนหน้านี้คือ

Impressive as this invention sounds, it is only one among many for Adam. ซึ่งเมื่อพิจารณา 2 ประโยคเข้าด้วยกันจะเห็นว่าที่กล่าวถึง 152 จึงหมายถึง invention หรือ สิ่งประดิษฐ์นั่นเอง

ทั้งสองประโยคเมื่อแปลด้วยกันจึงมีความหมายว่า "ถึงสิ่งประดิษฐ์นี้จะฟังน่าทึ่ง แต่ก็เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆสิ่งประดิษฐ์ สำหรับอาดัม เขามี จำนวน 152 อย่างที่เป็นผลงานของเขาแล้ว"

2. "Some people may have the idea that being a serious science student means being a serious person with no interests other than science" หมายความว่าอย่างไร

ประโยคนี้ตรงไปตรงมาเลย แปลว่า "บางคนอาจเข้าใจว่าการเป็นนักศึกษาวิทยาศาสตร์ที่จริงจังหมายถึงการเป็นคนจริงจังที่ไม่มีความสนใจอย่างอื่นนอกจากวิทยาศาสตร์"

3. "hugged a judge" หมายความว่าอย่างไร

แปลว่า กอดผู้พิพากษาเลย

4. "last but not least" หมายความว่าอย่างไร

แปลว่า  "ท้ายที่สุดแต่ไม่ใช่สำคัญน้อยที่สุด"

edit @ 14 Jan 2009 21:01:00 by ArNo

edit @ 14 Jan 2009 21:04:13 by ArNo

Our Beloved King

posted on 22 Nov 2008 17:23 by arnoarno

 

Royal Innovations


ALLEVIATING TRAFFIC JAMS IN BANGKOK
His Majesty is well aware of the frustrations suffered by Bangkok residents during the daily commute. The King has thus initiated several road construction projects to expand the road surface in the capital city, most notably on Ratchadapisek Road and Ratchadamnoen Nok Road.

 

One of the most outstanding projects was the construction of an elevated highway along the Borom Ratchonnanee Road, which was completed in two years [1996-1998], a record time for a project of that scale. The upper-level road is now taking about 6,000 cars a day, while the ground level one has the capacity to handle between 60,000 and 70,000 cars a day.

 

THE ROYAL PROJECT In 1969, His Majesty the King gave an initial grant 200,000 baht to researchers at Kasetsart University to fund a study to identify a viable alternative cash crop for hilltribe people whose livelihoods were dependant on opium production. The project, known as the Royal Project, aimed at stopping opium cultivation and slash-and-burn farming by hilltribes. Both practices had inflicted serious damage to watershed forests for nearly 30 years. Under the Royal Project Foundation, hilltribe peoples produce cold climate vegetables. They now have a better standard of living and employ sustainable cultivation methods.

 

The Project now has four research stations and 35 Royal Project Development centres, covering 295 villages and 14,109 households. comprising 85,000 people.

 

พระอัจฉริยภาพ
ด้านนวัตกรรม

การบรรเทาการจราจร
หนาแน่นในกรุงเทพฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงตระหนักถึงความลำบาก
ที่คนกรุงเทพฯประสบระหว่าง
การเดินทางไปกลับประจำวัน
ดังนั้นพระองค์จึงทรงริเริ่ม
โครงการตัดถนนหลายสาย
เพื่อขยายพื้นที่ถนนภายใน
กรุงเทพฯ ที่สำคัญที่สุด
คือถนนรัชดาภิเษกกับถนนราช
ดำเนินนอก

 

โครงการที่เด่นที่สุดโครงการ
หนึ่งคือการก่อสร้างทางด่วน
ยกระดับเหนือถนนบรมราช
ชนนีซึ่งก่อสร้างสำเร็จภายใน
2 ปีเท่านั้น (พ.ศ. 2539-2541)
เป็นสถิติ (ของเวลาปฏิบัติงาน)
ที่ต้องบันทึกไว้สำหรับโครงการ
ขนาดเช่นเดียวกันนี้ ในปัจจุบัน
ถนนยกระดับรองรับรถยนต์
วันละประมาณ 6,000 คัน ใน
ขณะเดียวกันถนนชั้นล่างก็
สามารถรองรับรถยนต์ได้วันละ
ระหว่าง 60,000 ถึง 70,000 คัน

 

โครงการหลวง เมื่อ พ.ศ. 2512
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้
พระราชทานเงิน 200,000 บาท
แก่นักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตร-
ศาสตร์เพื่อศึกษาหาพืชทดแทน
ให้แก่ชาวเขาซึ่งดำรงชีวิตอยู่ด้วย
การผลิตฝิ่น โครงการนี้เรียกว่า
โครงการหลวง มีจุดประสงค์ที่
จะระงับการปลูกฝิ่นและการทำ
ไร่นาด้วยการตัดไม้ทำลายป่า
การกระทำทั้งสองดังกล่าวก่อ
ให้เกิดความหายนะที่รุนแรงต่อ
ป่าในบริเวณลุ่มน้ำมาเป็นเวลา
ถึง 30 ปี ชาวเขาในโครงการ
หลวงได้ปลูกผักเมืองหนาวเป็น
จำนวนมาก ปัจจุบันชาวเขา
เหล่านี้มีมาตรฐานการครองชีพ
ที่ดีขึ้นและสามารถใช้วิธีการต่างๆ
ปลูกพืชที่ถาวร

 

โครงการหลวงขณะนี้ประกอบ
ด้วยสถานีวิจัย 4 แห่ง เป็นศูนย์
โครงการพัฒนา 35 แห่ง ครอบ
คลุม 295 หมู่บ้าน และ 14,109
ครอบครัว และประชาชน 85,000 คน

คำอธิบาย

ย่อหน้าที่ 1-2
ใจความสำคัญของย่อหน้านี้กล่าวถึงการจราจรที่คับคั่งซึ่งเป็นต้นเหตุความเดือดร้อนของคนกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงริเริ่มโครงการตัดถนนหลายสาย โดยเฉพาะทางด่วนยกระดับเหนือ
ถนนบรมราชชนนีที่ใช้เวลาก่อสร้างเร็วมาก ¿ alleviating n. มาจากคำกริยา alleviate บรรเทา
ทำให้น้อยลง alleviation n. การบรรเทา การทำให้น้อยลง สิ่งที่บรรเทา ¿ frustrations n. ความ
ลำบาก ความอึดอัด ความเครียด ¿ daily commute n. commute v. เปลี่ยน แลกเปลี่ยน สับ
เปลี่ยน ไปๆ มาๆ daily commute คือการเดินทางจากบ้านไปที่ทำงาน และเดินทางจากที่ทำงาน
กลับบ้าน ¿ an elevated highway n. ทางด่วนยกระดับ ¿ a record time n. สถิติ ช่วงเวลา
ทำงานที่เร็วที่สุดที่ต้องบันทึกไว้ ¿ upper-level road n. ถนนยกระดับ คำว่า upper-level ใช้
เหมือน elevated ตรงข้ามกับ ground level ถนนชั้นล่าง

ย่อหน้าที่ 3-4
สองย่อหน้านี้กล่าวถึงโครงการหลวงที่เน้นการวิจัยเพื่อศึกษาหาพืชทดแทนให้แก่ชาวเขา ปัจจุบัน
ชาวเขามีมาตรฐานการครองชีพที่ดีและหยุดการปลูกฝิ่นและการทำนาไร่นาด้วยการตัดไม้ทำลายป่า
¿ an initial grant n. เงินลงทุนก้อนแรก grant ถ้าเป็นคำกริยาแปลว่าอนุญาต ยอมให้ มอบให้
ตกลงตาม โอน ถ้าเป็นคำนามหมายถึงสิ่งที่ให้ การให้ การอนุญาต การโอนทรัพย์สิน เงินที่ให้โดยไม่
ต้องการผลตอบแทน เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลหรือมูลนิธิ ¿ viable adj. ซึ่งสามารถมีชีวิตและเจริญ
เติบโตได้ ปฏิบัติได้ ทำงานได้ สามารถพัฒนาได้ ¿ livelihood n. การดำรงชีวิต ¿ opium n. ฝิ่น
¿ slash and burn farming n. การทำไร่นาด้วยการตัดไม้ทำลายป่า ¿ hilltribes n. ชาวเขา
เผ่าต่าง ๆ ¿ sustainable adj. ที่ถาวร ที่มั่นคง ที่ยืนนาน ¿ household n. สมาชิกในครอบครัว
ครอบครัวที่รวมทั้งคนใช้ การจัดการงานบ้าน householder เจ้าของบ้าน หัวหน้าครอบครัว

edit @ 22 Nov 2008 17:27:50 by ArNo

edit @ 14 Jan 2009 20:52:14 by ArNo

edit @ 14 Jan 2009 21:11:19 by ArNo

"EaT You UP" !!! By...BoA

posted on 22 Nov 2008 16:30 by arnoarno

.BoA.

When I first saw you I knew nothing’s like it used to be
Boy you have got to be the finest thing in history
The way I feel inside is just so hard to understand
You’d be my appetite in ways I can’t explain


* I’ll eat you up
(Right Now, Your Love)
I’ll eat you up
(Right Now, Your Love)
(Woah)
I’ll eat you up
(Woah)
So yum yum
(Woah)
Can’t get enough
(Woah oh oh)
I think I’m in love

If you move any closer boy there is no guarantee
What I will do to you I fear it and it’s scaring me
Like I’ve become some kind of demon in the night
You look so tasty I could eat you up alive

*,*

Can’t stop thinking ’bout the things I wanna do to you
If you move any closer you’d be asking for it too
I want your love
I need your touch
So much I think I’m in love

I’ll eat you up
(Right Now, Your Love)
(Woah)
I’ll eat you up
(Woah)
So yum yum
(Woah)
Can’t get enough
(Woah oh oh)
I think I’m in love


I wanna take you to my room
Wanna take you to my room


(Woah)
I’ll eat you up
(Woah)
So yum yum
(Woah)
Can’t get enough
(Woah oh oh)
I think I’m in love

(I’ll eat you up)
(I’ll eat you up)
(I’ll eat you up)

(I’ll eat you up)

ตอนแรกที่ฉันเห็นคุณ ทุกๆอย่างมันไม่เป็นเหมือนอย่างเคย

คุณต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแน่ที่เคยเกิดมา

ความรู้สึกข้างในของฉันมันยากที่จะเข้าใจ

คุณเป็นความปรารถนาที่แบบที่ฉันไม่สามารถอธิบายได้

ฉันจะกลืนกินคุณ

ตอนนี้ ความรักของคุณ

อร่อยเหลือเกิน

ไม่พอสักที

ฉันคิดว่าฉันกำลังมีความรัก

ถ้าคุณเคลื่อนตัวมาใกล้กว่านี้ ฉันไม่รับประกัน

สิ่งที่ฉันจะทำกับคุณ ฉันกลัวมันและมันหลอกฉันอยู่

เหมือนกับว่าฉันจะกลายมาเป็นสัตว์ประหลาดในยามค่ำคืน

คุณดูช่างน่าอร่อย ฉันสามารถกินคุณได้ทั้งเป็น

หยุดคิดไม่ได้ กับสิ่งที่ฉันอยากจะทำกับคุณ

ถ้าคุณเคลื่อนเข้ามาใกล้กว่านี้ คุณก็จะถามถึงมันแน่

ฉันต้องการรักของคุณ

ฉันต้องการสัมผัสของคุณ

มาก ฉันคิดว่าฉันกำลังมีความรัก

ดู MV เพลงนี้ได้จาก.....    http://www.youtube.com/watch?v=pn1Iim7XK2M

edit @ 22 Nov 2008 16:52:25 by ArNo

edit @ 22 Nov 2008 17:09:34 by ArNo

edit @ 22 Nov 2008 17:50:43 by ArNo

edit @ 14 Jan 2009 21:06:16 by ArNo

edit @ 19 Jan 2009 20:28:48 by ArNo

edit @ 19 Jan 2009 20:44:28 by ArNo

ความรัก กับ หนังสือ

posted on 21 Nov 2008 00:12 by arnoarno

 

 
……อย่าตัดสินหนังสือว่าดี แค่ปกสวยๆ
อย่าบอกว่า….น่ารักเหลือเกิน แค่คุยกันหนเดียว
คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย…
ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มแรกที่ชอบไม่ได้
คนที่บอกว่าจะไม่แต่งงาน…
มักแซงหน้าแจกการ์ดก่อนคนอื่นเสมอ


อย่าตกใจเมื่ออ่านหนังสือระดับ Best Seller แล้วไม่ชอบ
ถ้ารักคนคนเดียวกับที่คนอื่นรัก...คงแย่งกันน่าดู
การชอบหนังสือสักเล่มไม่ได้หมายความว่า..
หนังสือเล่มนั้น..เนื้อหาดีทุกหน้า
การรู้สึกดีกับใครสักคน..
ไม่จำเป็นว่า..เขาต้องไม่มีข้อเสียอะไรเลย ......
อย่าเสียดายเวลา
 ถ้าอ่านหนังสือบางเล่มจบแล้วพบว่า..
ไม่ใช่แบบที่ชอบ

จงรู้สึกดีกับการใช้เวลากับใครสักคนหนึ่งอย่างเต็มที่
เพราะอย่างน้อยที่ผ่านมา…
ย่อมต้องมีช่วงเวลาที่มีความสุขอย่างแน่นอน
แม้วันหนึ่งจะรู้ว่า…
เขาหรือเธอคนนั้นไม่ใช่เลยสักนิด
เพราะอย่างน้อย…
เราก็ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น
และพร้อมที่จะตามหาคนของเราต่อไป
 
การอ่านหนังสือสักเล่มต้องใช้เวลา
เราไม่สามารถรู้จักใครสักคนได้ดีตั้งแต่วันแรก
 หนังสือมีสิ่งต่างๆ
หลากหลายให้ศึกษา
 ทดลองอ่านดู…ก่อนที่จะตัดสินว่าน่าเบื่อ
บางครั้ง…
สิ่งที่เราไม่เห็นประโยชน์และมองผ่านมันไป….
วันหนึ่งมันอาจจะมีค่าสำหรับเรา…
แล้วในตอนจบ…
ก็จะรู้ว่าหนังสือประเภทไหนเหมาะกับเราที่สุด
 
เหมือนกับความรัก…
ทุกครั้งที่เรามีความรักกับใครสักคนนั้น
แม้ทุกอย่างจะเดินมาถึงจุดจบ…
แต่คนทั้งคู่ย่อมได้รับอะไรจากสิ่งต่างๆ
ที่ผ่านมาโดยไม่รู้ตัว
อย่างน้อยที่สุด…
ก็ได้บทเรียนที่มีค่าเพิ่มอีกบทหนึ่ง
บทเรียนที่จะนำไปสร้างความรักครั้งใหม่
ให้มีรากฐานที่ดีกว่าที่ผ่านมา


สำหรับฉัน "ความรัก" เปรียบเหมือน
 การได้อ่านหนังสือหลายๆ เล่ม (อ่านทีละเล่มนะจ๊ะ)
แต่ละเล่มที่ผ่านไป สอนให้ฉันเข้มแข็ง…
สอนให้ฉันรู้จักโลกที่เป็นจริง…
และสอนให้ฉันรู้จักใจของตัวเอง
 
แม้ว่าตอนจบของแต่ละเล่มจะไม่สมใจ
แต่ฉันก็ไม่คิดจะหยุด ท้อ หรือ กลัวที่จะค้นหา
 ฉันจะอ่านต่อไป… จนกว่าจะเจอ "หนังสือของฉัน" :)
 

คุณล่ะ…เจอรึยัง
ถ้าเจอแล้ว…อย่าลังเลที่จะหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน
อย่ากลัวที่จะเสียเวลาและผิดหวัง
ไม่แน่นะ…เล่มที่อยู่ในมือตอนนี้น่ะ
อาจจะตรงกับความรู้สึกของคุณที่สุดก็ได้...

edit @ 22 Nov 2008 17:13:54 by ArNo